interiorSiam.com

interiorSiam.com…*เวบล็อก* ทีว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับ งานออกแบบ และ ตกแต่งภายใน all about interior Design & More .:BY:. MiMD บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

ค่าแบบที่จ่าย..จะได้อะไร?

August 28th, 2008. Published under Designer >>, Designer 's Experience, Livingplace >>, My Stuff >>. No Comments.

ต้องขอบคุณ John Redtor ที่ทำให้ผมต้องเปลี่ยนใจกับการ ShutDown คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ เพื่อที่จะหนีขึ้นเตียง(นอน)  แล้วก็ต้องพลิกตัว กลับใจนั่งลงเขียนบล็อกเรื่องนี้ต่ออีกครั้ง หลังจากที่ผมร่างหัวข้อนี้ทิ้งค้างไว้มาหลายวันพอดู 

เนื่องจากว่า เมื่อกี้ผมแวะเข้าไปอ่านที่บล็อกของเขา ที่ว่าด้วยเรื่อง “ทฤษฏีที่ว่าด้วยเมื่อมาถึงกลางทาง

ระหว่างทางที่ยาวนานและต้องอดทนเพื่อเป้าหมาย ของอาชีพดีไซน์เนอร์ใครๆก็มองว่า คุณเท่ห์ คุณสวยงาม คุณดูดี คุณมีรายได้ที่ง่ายดาย  แต่ Sorry นั้นมันเป็นสิ่งที่คุณเห็นแค่เพียงผิวเผิน กับการที่ได้มาซึ่งค่าแบบ หรือที่ผมมักจะเรียกมันว่า

“ค่าบริการวิชาชีพนักออกแบบภายใน” 

แต่ข้างในและแต่ละขั้นนตอนนั้นกว่าจะมา มันก็ยากเย็นแสนเข็นยิ่งนัก ไม่ต่างอะไรกับพี่ๆที่เขารับจ้างแบกกระสอบข้าวสารขึ้นเรือที่คลองเตย

เพียงแต่ว่าที่บ่าของผมและเพื่อนๆร่วมอาชีพนั้นมันไม่ได้แบกกระสอบเหมือนพี่เขาเท่านั้นเอง …

เริ่มกันตั้งแต่การที่ต้องแบกรับกับการสร้างความเชื่อมั่น วางใจ ให้ได้ก่อนเหนือสิ่งอื่นใด  การที่ต้องเข้าไปสำรวจพื้นที่ไซต์งาน วัดขนาดของอาคาร ปีนผนัง มุดตามซอก คลานเข้าหลืบ กับ “ทุกอย่างที่เป็นจริง” เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานก่อนการออกแบบ เพื่อให้ได้ความงามและเกิดประโยชน์ใช้สอยสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้

อาจจะต้องขออนุญาติเล่าข้ามขั้นตอนในการทำงานของดีไซน์เนอร์ ในส่วนของงานเขียนภาพ Perspective ในแบบของ 3D สวยๆ วาดแปลนงามๆ เพราะส่วนนี้ยังไงๆแล้วมันต้องมีอยู่แล้วไม่ขอพูดถึง แต่อยากจะพูดถึงในส่วนของ “งานที่มองไม่เห็น” ซะมากกว่า

ยอมรับได้กับการที่ต้องแก้ไข ปรับปรุง เพื่อความลงตัวและเหมาะสมที่สุด แต่ต้องอยู่บนมาตรฐานแห่งวิชาชีพของการออกแบบ อย่างมีจรรยาบรรณ มีมากมีน้อยในแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน (ผมไม่เถียง..!!)

ตรวจสอบ ช่วยให้คำแนะนำและช่วยแก้ปัญหาให้คำปรึกษาในระหว่างการก่อสร้าง โดยคำนึงถึงพื้นฐานความถูกต้องตามหลักวิชาการออกแบบและความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง โดยที่จะพยายามไม่ให้กระทบกระเทือน หรือส่งผลถึงเรื่องงบประมาณให้น้อยที่สุด

รองรับกับบางอย่างที่เป็นความเชื่อ ความศัทราในความเป็นปัจเจกของแต่ละคน เพื่อที่จะประสานให้ลงตัวที่สุด ทั้งเจ้าของงาน ผู้รับเหมา ซับไพลเออร์ ซินแส่ แม่ยาย คนขายประกัน พันธมิตร ที่จะท้วงติงและร้องทักมา (ไม่เชื่ออย่าลบลู่ .. มีจริงๆ) เพื่อประคับประคองให้ถึงเป้าหมายแบบแฮปปี้ ดีพร้อม (แค่รองรับและประคับประคองเท่านั้นนา .. ส่วนจะทำได้หรือทำตามนั้นเป็นอีกเรื่อง..แล้วค่อยมาดูกัน) .. - ยิ้มเถอะ  

Enjoy Yourself With Your Design   :)

————————————

Author MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

: Related posts :




ไปดูแกะดำกันครับ

August 26th, 2008. Published under Books, My Stuff >>, News >>. 4 Comments.

คราวก่อนนู้น..ผมเคยเล่าถึงเรื่องของ หนังสือดีๆอยู่เล่มหนึ่ง และ คนเขียนหนังสือดีๆอยู่คนหนึ่ง โดยที่ผมได้ให้นิยามของความคิดที่ตีพิมพ์ออกมาเป็นตัวหนังสือของคนๆนี้ไว้ว่า “แหลมคมชนิดที่บ่งเสี้ยนได้”

คราวกันนี้..(ผ่านมาไม่กี่วัน) ผมก็ได้รับอีเมลล์จากคนๆนี้ คนที่ผมกำลังพูดถึง  “ประเสิรฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์” เขียนมาบอกกล่าวถึงหนังสือเล่มที่สองที่ออกมาต่อยอดจากเล่มแรก

“แกะดำทำธุรกิจ ZIGZAG” คือเล่มแรก  และตามมากับเล่มปัจจุบันล่าสุด “แกะดำทำธุรกิจ ทุ่งหญ้าแห่งความรู้และความสุข” คือเล่มสอง

หากว่าใคร..ที่อ่านเล่มแรกมาแล้ว ผมว่าเล่มสองนี้คงไม่มีใครอยากจะพลาดอีกเช่นกัน

หากว่าใคร..ที่ชื่นชอบจากกการได้ “อ่านความคิด” จากงานเขียนของเขาแล้ว แต่ยังไม่อิ่มพอ และอยากจะ “ฟังความคม” จากตัวเป็นๆบ้าง

โอกาสมาถึงแล้ว ตาดู หูฟัง พลังเกิด แบบฟรีๆไม่เสียสตางค์ Brand Connection และ TCDC ร่วมเป็นเจ้าภาพของฟรี ถ้าสนใจลองดูรายละเอียดได้ ที่นี้

เดือนหน้า 13 ก.ย.นี้ ผมจะได้เจอแกะดำตัวเป็นๆซักกะที จะได้รู้ซักที่ว่า “แกะที่ว่าดำนั้น..ดำขนาดไหน”

…………

ไปดูด้วยกันนะครับ   :)

—————————————–

AuthorMiMD :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

: Related posts :


“เกมส์รับ” แบบนี้ซ้อมไว้หรือยัง

August 19th, 2008. Published under My Stuff >>. 7 Comments.

อีกไม่กี่วัน “โอลิมปิกเกมส์ 2008” ที่ปักกิ่ง ก็คงต้องรูดม่านเก็บฉากไปตามระเบียบ แล้วอีก 4 ปี เจอกันอีกที่ “ลอนดอน” มีคนไทยบางคนแอบตื่นเต้นล่วงหน้าไปก่อนแล้วที่นั้นพร้อมครอบครัว เพื่อรอรับ ” London 2012“  แบบ “แอดวานซ์ แอดวานซ์” …. ชิล ชิล .. :)

เป็นปลื้มและยินดีกับนักกีฬาของไทยทุกคนที่ได้ร่วมมีประสบการณ์กับสุดยอดการแข่งขันรายการนี้ ว่ากันว่าที่สุดของนักกีฬาสมัครเล่นของทุกคนในโลกก็คือ “Olimpic Games” แค่ได้มีโอกาสได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรายการ “ช้างชุบแป้งทอดเรียกพ่อ” แบบนี้ (หมายความว่าใหญ่กว่างานช้างหลายเท่านัก!!) ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วกับชีวิต ยิ่งถ้าได้เหรียญรางวัลมาคล้องด้วย ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

เมื่อเย็นวันก่อนช่วยลุ้นกับ “มนัส บุญจำนงค์” นักมวยไทยอีกคน เล่นเอาผมเหนื่อยและเสียว(กว่าอีก)ไปตลอดทั้งสี่ยก ~~ ไม่ว่าจะเป็น “น้องเก๋” (ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล) กับเหรียญทองเหรียญแรกของเธอและของคนไทยในครั้งนี้ หรือกับ “มนัส บุญจำนงค์” กับเหรียญทองแดงที่อยู่ในอวยเรียบร้อย(ในขณะที่ผมเขียน) ครั้งแรกเช่นกันในประวัติศาสตร์นักกีฬาไทย ที่ได้เบิ้ลเหรียญโอลิมปิกเป็นคนแรกไปแล้ว แล้วกับอีกหลายๆคนที่กำลังจะได้เหรียญโอลิมปิกกลับมาอีกเช่นกัน(เชียร์สุดใจไปสุดตัวล่วงหน้า)

เมื่อมีการ “แข่งขัน” ก็ย่อมต้องมีการคิดวางแผนเพื่อแข่งขัน ทั้ง “เกมส์รุก” และ “เกมส์รับ”

“เกมส์รุกนอกบ้าน” และ “เกมส์รับนอกบ้าน” ของนักกีฬาไทยก็จะเสร็จสิ้นเรียบร้อยโรงเรียนจีนไปพร้อมๆกับไฟบนกระถางครบเพลิงโอลิมปิก

“เกมส์รุก” ที่ปักกิ่งจบ !!  แต่ “เกมส์รับ” ของฮีโร่โอลิมปิกของเรา ยังไม่จบครับ !!   กับภาระกิจอันยั่วเยี้ยที่จะตามมา เมื่อมาถึงเมืองไทย 

“เกมส์รับ” ที่ว่าก็คือ “เกมส์รับ”กับการมี “ชื่อเสียง”  

ลองมานั่งนึกเล่นๆดูกันครับ ว่าฮีโร่โอลิมปิกของเราจะเจออะไรกันบ้าง

~~ คงอึดอัดท้องอืดให้เรอกันทั้งหมู่บ้านแน่ๆ ไม่รู้ว่าจะเลือกให้ใครตั้งเต็นท์บริการเครื่องดื่มของใครดี - โค๊กดีมั้ย !?? .. หรือว่า เป็ปซี่..ดีที่สุด !??  ออ ไม่สิ..งานช้างอย่างนี้ก็ต้อง ช้าง ดูจะเข้าท่าดีนะ

~~ ไม่รู้ว่าจะเลือกเป็นลูกค้าระดับ Super V.I.P. กับธนาคารไหนดี เกรงใจไปหมดทั้งผู้จัดการสาขา ผู้จัดการเขต ก็พร้อมที่จะมาให้บริการเปิดบัญชีถึงที่บ้าน พร้อมโปรโมชั่น แถมฟรี บัตรเครดิตระดับแพลตตินั่ม 5 ใบ แถมไม่คิดค่าแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ .. โอ..ใจดีไม่มีที่ติ

~~ มีโอกาสได้ใช้บอดี้การ์ดกิตติมศักดิ์ยืนเรียงหน้าด้านกระดานอยู่ข้างกายตลอดเวลา อย่างที่ไม่ต้องร้องขอ โดยเฉพาะเวลาได้ออกสื่อให้สัมภาษณ์ทางหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ ทั้ง อบต. นายกเทศมนตรี ผู้ว่าฯ นายอำเภอ สจ. สส. แบบใกล้ชิดติดเนื้อให้เห็นกันทุกเส้นขุมขนบนสันหลัง(ยาว)

~~ อาจจะต้องลำบากกับการเดินเข้าบ้านบ้างในช่วงแรก เนื่องจากว่าถนนทางเข้าบ้านจากที่เคยเป็นหลุมเป็นบ่อมานาน  ก็จะมีการปูคอนกรีตหรือเทลาดยางขึ้นมาดื้อๆ โดยที่ไม่เคยมีวี่แววมาก่อน

~~ เตรียมหาครีมกันแดดไว้ใช้และติดตัวเยอะๆหน่อย เพราะอาจจะได้นั่งรถสปอร์ตเปิดประทุน หรือหลังคารถสองแถวแห่รอบเมืองอีกหลายรอบ  

~~  บ้านที่อยู่ก็อาจจะรกขึ้นมาในทันตาและเต็มไปด้วย โบรชัวร์ แคตตาล็อค ของรถยนต์รุ่นใหม่ ทั้งกระบะ เก๋ง โฟร์วีล สปอร์ต รวมทั้ง เอ็มพีวี และเอสยูวี

~~ สรยุทธ / สัญญา / วิทวัท / ไตรภพ / กิตติ / หรือหม่อมปลื้ม เลือกไม่ถูกเลยว่าจะคุยกับใครก่อนดี

~~ เผลอคิดว่าตัวเองเป็นซานต้าหลงฤดู เพราะจะมีแต่คนมาขอให้ช่วยเหลือโดยเฉพาะเรื่องเงิน

~~ อาจจะเผลอโกรธพ่อ-แม่ บ้างเล็กน้อย ที่ปิดบังไม่ยอมบอกความจริงมาตลอดว่า เราเป็นตระกลูใหญ่ มีเครือญาติและพี่น้องมากมายอยู่ทั่วประเทศ เพราะวันนั้นคุณจะมีโอกาสได้พบเจอคนที่บอกว่าเป็นญาติกัน โดยที่ไม่เคยเจอกันหรือรู้จักมาก่อนเลยจริงๆตั้งแต่เกิด

แค่นี้ก็ซูดปากพอแล้วครับ คิดว่าคงมีอีกเพียบ ที่ฮีโร่โอลิมปิกของเราต้องเตรียม “เกมส์รับในบ้าน” เพื่อรองรับ “เกมส์รุกในบ้าน” อันหนักหน่วงอีกยาวนานข้ามปีกันแน่

ที่ว่าหนักแสนหนัก เหนื่อยแสนเหนื่อย  กับการซ้อมกันมาตลอดสี่ปีเพื่อโอลิมปิก เจอเกมส์รุกแห่งชื่อเสียงอย่างนี้

มีหวัง “น้ำลายเหนียว” กันอีกนาน  :)   

—————————————-

Author : MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

: Related posts :


3 วิธีในการคิดค่าบริการวิชาชีพออกแบบตกแต่งภายใน

August 16th, 2008. Published under Designer >>, My Stuff >>, Tips & Trics >>. 6 Comments.

…………

แล้วค่าออกแบบ..คิดยังไงค่ะ .. !??! 

มักจะเป็นคำถามที่สำคัญชนิดที่ลืมและพลาดไม่ได้ ซึ่งก็จะโดนถามในช่วงแรกๆของการสนทนาเสมอๆก่อนที่จะเข้าประเด็นของเนื้องานด้วยซ้ำ (จริงมั้ย ?? .. เป็นปกติเช่นกัน ระหว่างแป้ง “ตรางู” กับ “ม่องเล่ยะ” นอกจากความชอบแล้ว ผมก็ต้องดูราคามันด้วยเสมอก่อนซื้อ) 

เป็นคำถามที่ “ผู้ตอบ”(ดีไซน์เนอร์) เข้าใจถึง “ผู้ถาม”(ลูกค้า) ได้ไม่ยาก ~~ แน่นอนครับถ้าหากคุณกำลังจะตกแต่งบ้าน คุณก็คงจะไม่มานั่งลงตรงหน้าพร้อมกับส่งยิ้มที่มุมปากข้างซ้าย ก่อนจะถามว่า …

คุณคิดว่าอุณหภูมิสุงสุดของวันนี้จะอยู่ที่กี่องศาค่ะ !??    หรือ .. เออ..คุณคิดว่า สมรักษ์ คำสิงห์ จะได้เหรียญทองโอลิมปิก 2008 ที่ปักกิ่ง กลับมาอีกครั้งมั้ยครับ !?? .. (ออ..ลืมไปสมรักษ์ติดภาระกิจร้านหมูกะทะ จนไม่สามารถปลีกตัวไปได้ …  :) )

จากประสบการณ์(ของผม) โดยทั่วๆไปที่ใช้กันอยู่ก็ประมาณ 3 วิธี

วิธีที่ 1 ~~ แบบนี้เป็นมาตรฐานที่นิยมใช้กันเป็นส่วนใหญ่ คือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาค่าตกแต่ง หรืออยู่ที่ประมาณ 10 % ของมูลค่างาน  อาจจะบวก-ลบได้นิดหน่อย 2-3 %  อยู่ที่ความยากง่าย รายละเอียดในขั้นตอนของการทำงาน(ออกแบบ) รวมทั้งสไตล์ของลูกค้าในงานนั้นๆด้วยนะ  :)  

วิธีที่ 2 ~~ คิดเป็นแบบต่อตารางเมตรของพื้นที่ออกแบบตกแต่ง  ส่วนราคาต่อตารางเมตรจะเท่าใดนั้นหนอ ก็ต้องมาดูกันอีกว่า เป็นงานประเภทใด และปริมาณของพื้นที่มากน้อยแค่ไหน เพราะราคาค่าออกแบบนั้น งานบ้านและที่พักอาศัย หรือจะเป็นงานออกแบบออฟฟิสนั้น ก็จะคิดกันคนละเรตราคา อยู่ที่หลักร้อยกลางๆจนถึงหลักพัน

วิธีที่ 3 ~~ แบบเหมารวม ก็จะประเมินจาก เวลาของการทำงาน(Man Hour) + ค่าใช้จ่ายต่างๆ (Overhead) + กำไร (Profit) ส่วนมากแบบนี้จะเลือกใช้กับงานเล็กๆที่ไม่ใหญ่มาก เพราะถ้าคิดโดยแบบที่1และ2 อาจจะไม่คุ้มกับการทำงาน

ทั้งสามแบบนั้นเป็นหลักมาตรฐานแนวทางที่ใช้กันอยู่โดยส่วนใหญ่ เพื่ออ้างอิงและประเมินเป็น “ค่าบริการออกแบบวิชาชีพตกแต่งภายใน”  ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับดีไซน์เนอร์แต่ละคน บริษัทแต่ละบริษัท ถ้าดีไซน์เนอร์หรือบริษัทที่ใหญ่หน่อย มีชื่อเสียงแล้ว ราคาค่าบริการก็จะสูงกว่ามาตรฐานทั่วไปก็เป็นเรื่องธรรมดา อาจจะอยู่ที่ 12.5 % ไปจนถึง 15 % เลยก็ได้ 

ในทางตรงกันข้าม สำหรับดีไซน์เนอร์ที่เป็นฟรีแลนซ์ และเป็นงานออกแบบทั่วๆไปไม่ซับซ้อนและยุ่งยากมาก ราคาก็อาจจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 8.5 % - 7.5 %  หรือก็เป็นได้เหมือนกัน

ราคาของ “ค่าบริการวิชาชีพ” (Profesional Fee)  สำหรับดีไซน์เนอร์ นั้นก็เป็น “แค่ส่วนหนึ่ง” ในการเลือกพิจารณา ยังมีอีกหลายส่วนที่ต้องดูประกอบด้วย  อย่าดูเฉพาะที่ “ราคาถูก(ใจ)” เพียงอย่างเดียว 

ถ้าต้องการ “ถูกและดี“ ขอแนะนำที่ “ฟู๊ดแลนด์” ครับ มีทุกสาขาเปิดตลอด 24 ชม. แถมอร่อยอีกต่างหากนะร้านนี้  

Enjoy Youself With Your Design   :)

——————————————

Author  : MiMD  : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Photo by : Thomieh 

: Related posts :


00:21 AM

August 15th, 2008. Published under Designer >>, My Stuff >>. 2 Comments.

อีก 39 นาทีจะตีหนึ่ง ผมพึ่งเคลียร์งานเสร็จสำหนับค่ำคืนวันนี้  ปิดคอมพิวเตอร์ไปแล้วด้วย กะว่าจะนอนแล้วครับ เพราะพรุ่งนี้ก็ต้องตื่นแต่เช้า(เช่นเคย)

ต้องกลับมามาเปิดเครื่องอีกครั้ง เพราะว่าไม่ค่อยสบายใจ เนื่องว่าไม่ได้เขียน blog มาหลายวันพอดู รู้สึกขาดอะไรไปสักอย่าง  แต่ผมก็หมดแรงและมึนกับตัวเองจนได้  กะว่าจะเขียนเรื่องที่หลายๆคนสงสัย(จากอีเมลล์ที่ส่งเข้ามาถาม) และผมเองก็อยากจะเขียนถึงอยู่พอดีเหมือนกัน

อยากจะเขียน แต่สังขารไม่ตอบสนองกับใจแห่งปรารถนา คิดซะว่าแวะมาทักทายกันก่อน ยังไม่ได้หายไปไหนเนอะ ไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้ ผมจะกลับมาเขียนต่อกับเรื่องที่ว่าไว้

“ค่าแบบนั้นเขาคิดกันยังไง..!??! ”

ผมรู้ว่าคุณก็อยากจะรู้เหมือนกัน .. สำหรับคืนนี้ขอตัวก่อนเถอะนะ    Goog Night ครับ  :)

Enjoy Yourself With Your Design

———————————

Author MiMD :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

: Related posts :


ปรารถนาจะเป็นดีไซน์เนอร์ เตรียมตัวเตะฝุ่นไว้ได้เลย

August 11th, 2008. Published under Commercial >>, Designer >>, My Stuff >>, Outing >>, Workplace >>. 4 Comments.

วันก่อนมีโอกาสไปเดิน “เตะฝุ่น” มาครับ .. ไปเตะไกลถึงปราจีนฯนู้นนน …

ถือซะว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ออกไป    “เตะฝุ่น”   นอกสถานที่ (ฟังดู..ยังกับได้ไปสูดอากาศสะอาดๆชายทะเล)

“ทำงาน” ไปด้วย “เตะฝุ่น” ไปด้วย ไม่ได้มีกันทุกอาชีพนะครับแบบนี้ .. ขอบอก  :)  

ผมมีงานออกแบบสำนักงานสาขาของธนาคารแห่งหนึ่ง (KK-BANK) ที่ปราจีนฯครับ  ช่วงระยะเวลาของการออกแบบ-เขียนแบบ และประเมินราคานั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว ต่อไปก็ต้องเป็นหน้าที่หลักของผู้รับเหมาสำหรับงานก่อสร้าง เพื่อให้ถูกต้องตามแบบและเสร็จทันตามกำหนดเวลา (ก่อนรับตังส์..ฮึฮึ)

ออกแบบ-เขียนแบบ ผ่านไปแล้ว แล้วดีไซน์เนอร์มาเจือกอาไร .. แถวนี้ !??!

ไม่ได้มา “เจือก” หรือทำตัวเกะกะอะไรดอกครับ แต่มาทำงาน เพราะ “ภาระกิจยังไม่เสร็จสิ้น” หน้าที่และความรับผิดชอบอีกอย่างของดีไซน์เนอร์ที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ คือการช่วยให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาที่มีผลเกี่ยวข้องกับการออกแบบในระหว่างขั้นตอนงานก่อสร้าง  

ในขณะที่งานระบบไฟฟ้า ประปาต่างๆ กำลังรวมมิตรปาร์ตี้เดินท่อร้อยสายกันฝุ่นตลบอยู่ ช่างกระเบื้องก็กำลังสกัดพื้นเก่าเพื่อปูกระเบื้องแผ่นใหม่ ในขณะเดียวกันกับช่างฝ้าก็ปีนบันไดพร้อมกับควงสว่านไฟฟ้าเจาะพื้นคอนกรีตเพื่อยึดโครงสำหรับแขวนฝ้า  ช่างไม้ก็ตะโกนบอกลูกน้องให้เตรียมตั้งใบเลื่อยได้แล้วเดี๋ยวต้องเตรียมตัด เอ็มดีเอฟ เพื่อเบิ้ลผนังด้านหลังเคาน์เตอร์ (Teller)  และอีกหลายๆช่างดุแล้ววุ่นวาย กันฝุ่นตะหลบตะหลิวกันพอดู

ฝากถึงน้องๆหลายคนที่มีความฝันและอยากจะทำงานด้าน Interior Design รวมทั้งที่กำลังร่ำเรียนกันอย่างหามรุ่ง-หามค่ำกันอยู่ขณะนี้   นี้คือภาพอีกด้านหนึ่งที่คุณๆยังไม่เคยเห็นและเคยสัมผัส เพราะในภาพแสงสีเสียงและบรรยากาศหน้าไซท์งานแบบนี้ รวมทั้ง “ฝุ่น” ที่จะให้คุณ “เตะ” เล่นนั้น  ไม่มีให้คุณได้รำคาญเนื้อรำคาญตัวแน่ๆที่ในมหาวิทยาลัย

“คลุกคลีและแวดล้อมไปกับของสวยๆงามๆ นั่งทำงานในห้องแอร์เย็นฉ่ำ รับเงินเดือนเยอะๆ” เหล่านี้คือภาพเก่าๆ “อีกด้าน” ที่ยังมีจริงอยู่(บ้าง) แต่ว่าภาพ ”อีกด้าน” ที่พูดถึงไปในย่อหน้าด้านบนนั้น มันคือ “ของตาย” ที่ยังไงยังไงคุณก็ต้องทำไปพร้อมๆกัน

เล่าสู่น้องๆฟังกันนะจ๊ะ หาก “รัก(ออกแบบ)จริง~~หวังแต่ง(กับงาน)” กันแบบไม่หลอกลวง(ใจตัวเอง)

ก็ลุยโลด ..!! 

ทำได้ — หรือทำไม่ได้ อยู่ที่ Passion ในตัวคุณ

เลือกเอาเองว่า อยากจะเดินเตะฝุ่นที่ “ไซต์งาน” หรือ “ข้างถนน” 

——————————————

Author  :  MiMD  : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

: Related posts :


ไปรษณีย์หยอดเหรียญ : สวัสดีมาเลเซีย (จบ)

August 10th, 2008. Published under Blogger Invitation, Outing >>, Product Design. 2 Comments.

สวัสดีมาเลฯ ตอนจบแล้วจ๊ะ

ห่างหายไปนานนนน..ทีเดียวสำหรับหน้าบ้านนี้..
ไม่ได้ไปไหนหรอกค่ะ ก็ยังคงติดตามอ่านงานของ MiMD อยู่เสมอ เพียงแต่มีเวลาอยู่หน้าคอมพิวเตอร์น้อยลง
ก็เลยไม่ได้เขียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราวซักเท่าไหร่..เกือบจำไม่ได้ว่าจะเขียนอะไรส่งมาเป็นตอนที่สามนี้..ถ้าไม่กลับไปดูอัลบั้มรูปของตัวเองแล้วถึงนึกได้ว่าจะเขียนเรื่องอะไร..

 

ลองดูรูปกันก่อนนะคะ..พอจะดูออกกันหรือเปล่าว่าคืออะไร..
อย่างที่เคยบอกค่ะ..ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าหลากหลายเส้นทาง น้ำมันราคาถูก และของในซุปเปอร์ที่ผลิตเองจากภายในประเทศ ทำให้เงินทองไม่ต้องรั่วไหลไปไหนเลยดีมั้ยคะ..

และนี่คือ “ออฟฟิสไปรษณีย์” (Post Office) ที่ไม่ต้องจ้างเจ้าหน้าที่ประจำค่ะ ตั้งอยู่ในสนามบิน ที่จาร์การ์ตาค่ะ

ทุกอย่างคุณสามารถ เลือก และ สั่งได้เหมือนตู้หยอดเหรียญ โดยมีโปรแกรมคำนวณ Stamp ที่ต้องใช้ตามขนาดพัสดุ และ ระยะทางด้วยค่ะ.. เมื่อเขียน.. ห่อ.. และแพคเสร็จเรียบร้อย ก็มีตู้ให้หยอดพัสดุเหล่านี้ข้างๆกันค่ะ

สะดวก ประหยัด และรวดเร็ว ไม่ต้องต่อคิว คอยเจ้าหน้าที่หน้าหงิก สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง และไม่ถูกโกง เวลาไปบางประเทศอย่างที่เคยโดนมาแล้วด้วยค่ะ..

 

หวังว่าคงจะได้เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆกันพอหอมปากหอมคอนะคะ..

คราวหน้าถ้าไปเจอผลงานอะไรที่หน้าสนใจ จะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกค่ะ :)

 

———————————-

Contributor  :  Barby 

Posted  :  MiMD

: Related posts :


สร้างสำนึกดีดีแบบนี้..แบบไม่มี “รู”

August 5th, 2008. Published under Bathroom, Designer >>, Product Design. 1 Comment.

คิดได้งัย..!??!  เล่นเอาผมแทบหงายหลัง ~~ ไอเดียง่ายๆแบบนี้

“เชยแสนเชย” (แถมคำว่า “บรม” ให้อีกด้วย) สำหรับในแง่ของ “ฟังก์ชั่น” (Function)   แต่..!! “ทันสมัย” น่าดูและอมตะนิรันด์กาลอย่างโคตรๆ สำหรับ ”ไอเดีย” (Idea)  :)

Maja Ganszyniec ผู้ออกแบบและท้าทายความทันสมัยของวันนี้ สะกิดต่อมสำนึกให้เราได้ดี ผมคนหนึ่งละที่โดนสะกิดต่อม …

ต้องกลับมาตั้งคำถามให้กับตัวเราเอง ว่าวันๆหนึ่ง เอ๊ะ!! ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่า ในแต่ละครั้งที่เราใช้น้ำล้างหน้าแปรงฟันนั้น เราใช้น้ำไปมากน้อยเพียงใด

หลายคนอาจจะบอกว่า รู้สิ!! ก็เคยได้ยินมาจากนักวิจัยเขาบอกว่าประมาณแปดลิตรต่อครั้ง แต่ว่าตราบใดที่เราไม่เคยเห็นปริมาณน้ำที่เราต้องใช้ไปนั้น  ยากนักที่จะสำนึกและเห็นถึงคุณค่า

แต่สำหรับอ่างล้างหน้าแบบนี้ เราจะเห็นแน่ๆว่าน้ำที่คุณใช้ไปนั้นมันมีปริมาณนั้นมากเพียงใด  และถ้ามันเต็มอ่าง เราอีกนั้นแหละที่จะต้องเป็นคนคอยเท(น้ำ)ทิ้งเอง  ขณะที่เรากำลังทำการพลัดพรากน้ำออกจากอ่างให้ไหลทิ้งลงไปเรื่อยๆ

คิดดู..เราจะไม่รู้สึกอะไรบ้างเชียวหรือ..!??

อ่างล้างหน้าแบบที่มี “รู” (ระบาย) ส่วนใหญ่ที่เราใช้อยู่กันทุกๆวันนั้น  พอก้มหน้าลงอีกที ก็จะเห็นเพียงความว่างเปล่า .. เอวัง  (ถ้าท่อคุณไม่ตัน) เพราะมันก็จะไหลลง “รู” ไปตามทฤษฏีแห่งแรงโน้มถ่วง

เห็นแล้ว ดูแล้ว แจ่มแล้ว รู้แล้วครับว่า “สร้างสำนึก” ที่ว่านะ ดีไซน์เนอร์เขาต้องการ “สร้างสำนึก” เรื่องอันใด

ขอบคุณที่ออกแบบอ่างแบบนี้มา ไม่ให้มี “รู” (ระบาย) เพราะถ้ามี  “รู” (ระบาย) 

ผมคงได้แค่  “รู้สิ!!!” แต่ “ไม่รู้สึก”

Enjoy Yourself With Your  Design   :)

—————————————-

Author  : MiMD :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

ที่มา-ภาพประกอบ  : maja ganszyniec

: Related posts :


เบาๆเสาร์อาทิตย์ : Simple..Simple “สติปัญญา” หรือ “ความซื่อ”

August 2nd, 2008. Published under My Stuff >>, Weekend Stories. 2 Comments.

Photo  :  DigiAnalogue

…….

ใครบางคนเคยเล่าให้ฟังว่า … เช้าวันหนึ่งภายในห้องประชุมใหญ่ขององกรณ์  “นาซ่า” (NASA) สหรัฐอเมริกา นักวิทยาศาสตร์ชั้นหัวกะทิทั้งหลายขององค์กรณ์ ที่กินเงินเดือนหลายหมื่น(เหร๊ยญ) นั่งเครียดขมวดคิ้วกันอย่างเอาเป็นเอาตาย กับการแก้ปัญหาบางอย่างให้กับนักบินอวกาศที่ต้องขึ้นไปทำงานปฏิบัติหน้าที่บนยานอวกาศ เหนือชั้นบรรยากาศของโลก

ประเด็นที่ต้องถกกันก็คือว่า จะคิดค้นหา “ปากกา” (Pen) ชนิดใดกันดีที่สามารถนำขึ้นไปเขียนบนยานอวกาศได้ ในลักษณะสภาวะที่ไร้แรงโน้มถ่วงของโลก เพราะที่พยายามใช้กันมาก่อนนี้ ไม่มีปากกาอันไหนที่จะเขียนได้เลยซักด้าม..!!

เขียนแล้วก็ไม่ติด  “น้ำหมึก” (Ink) มีอันต้องล่องลอย เคว้งคว้าง อย่างไร้จุดหมาย ทำให้ต้องวิ่งไล่จับกันซะเหนื่อย เล่นเอาเหงื่อหยด ตก เอ้ย!! เหงื่อไหลลอยเคว้งไม่ต่างกัน

???..?????…?? ?  ? .. .   .  ?

???..?? ?   ? ! !! ??  ? .. .

จู่ๆก็มีพนักงานชายนายหนึ่ง เดินเข้ามาในห้องประชุมพร้อมกับยกถาดเครื่องดื่ม ชากาแฟพร้อมดื่มเข้ามาเสริพ (พูดง่ายๆว่า”บ๋อย” นั้นแหละครับ) ให้กับเหล่านักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายเหล่านั้น และในระหว่างที่เขาเดินเสริพเครื่องดื่มไปรอบๆโต๊ะ ก็ได้ยินเรื่องราวประเด็นที่ท่านทั้งหลายถกเครียดกัน โดยยังหาข้อสรุปไม่ได้ซักที

จะด้วย “สติปัญญา” อันเฉียวฉลาด หรือว่า “ความซื่อ” ก็มิอาจทราบได้ หลังจากได้ยินและปะติดปะต่อเรื่องราวพอได้ใจความ 

บังเกิดความอึดอัดในใจ ซึ่งไม่อาจยับหยั่งไว้ได้ จึงพลั่งปากและตัดสินใจพูดออกไปว่า  

” Excuse me Sir .. ทำไมเราไม่ใช้ “ดินสอ” แทน “ปากกา” กันล่ะครับท่าน !! ”    

……. …   ..    .       .

( บรรยากาศ…. เงียบ .. .และ. .อึ้ง ..เกิดสูญญกาศขึ้นมาในบัดดล … )

…. .. .  .. .   .

” OK !!  ปิดประชุม !!!!! “  (ใครบางคนตะโกนบอกออกมาจากทางหัวโต๊ะ)   :)

————————————-

Author  :  MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

Photo  :  DigiAnalogue

: Related posts :


“อาร์น จาคอบเซ่น” กับ ความบังเอิญที่ไม่ได้ตั้งใจ

July 28th, 2008. Published under Commercial >>, Designer >>, Furniture >>, Livingplace >>, Outing >>, Product Design, Shopping Guide >>. No Comments.

ประเด็นก็คือ  “ไม่มีอะไร..แค่อยากเล่าถึงอีกด้านที่ซ่อนตัวอยู่ในความบังเอิญ..ก็เท่านั้น..!??!”

บ่ายวานวันอาทิตย์ไปเดินทัศนา หาโลกทัศน์ใหม่ๆที่  “พารากอน” (ไฮโซ..ซะ!)  ตั้งใจจะไปนั่งฟังสัมนาเรื่อง blog ของ “DekAds”

บังเอิญแบบไม่ได้ตั้งใจ ระหว่าง “ฆ่าเวลา” เพื่อ “รอเวลา”  แวะร้านขายเฟอร์นิเจอร์ แต่กลับได้หนังสือมาอ่านเล่มนึงครับ …

” ชีวิตและผลงาน ของ อาร์น จาคอบเซ่น : Arne Jacobsen(แปลและเรียบเรียงโดย กัลยา ตัยติยาสวัสดิกุล)

ถ้าใครไม่คุ้นชื่อนี้ … แนะนำให้นึกภาพเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ตามครับ

l Ant Chair (1952) l Egg Chair (1958) l Swan Chair (1958) l   หรือคลิกลิงค์ดูก็จะชัดขึ้น

บนชั้น 4 ของ สยาม พารากอน ภายในห้องสัมนาที่ผมเข้าฟัง  ปรากฏที่ “ก้น” ของพิธีกรและวิทยากรทั้ง 6 ท่านบนเวที นั้นนั่งทับอยู่บนเก้าอี้   “Swan Chair”  ในขณะเดียวกัน ที่ในมือผมนั้นก็ถือหนังสือเล่มที่ว่านี้อยู่พอดี

ผมมอง “เก้าอี้” ที่ “ก้น” ของพิธีกร สลับกับ “หนังสือ” ที่ผมถือในมือ (ต้องขออภัยท่านที่อยู่บนเวที่ด้วยที่ “ความบังเอิญ” ของผมไปรบกวนสรีระบางส่วนของท่านโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้)

ผมมองสลับไปมาอย่างนั้นอยู่ซักพัก มุมปากของผมทั้งสองข้างก็ขยับยืดขึ้นไปด้านบน  แม้มันจะทำให้ริ้วร่องของผิวหนังข้างหางตาเป็นร่องลึกและถี่ขึ้นบ้าง .. ผมก็ยอม (ตีนกา..ช่างมันเถอะ!!)

ผมยิ้มด้วย “เหตุ” ของความที่ไม่ได้ตั้งใจ  เป็น “ผล” ให้สิ่งสองสิ่งนี้มาเจอกันโดยมิได้นัดหมายในสถานที่เดียวกัน

…….. ..  .  .     .

เพิ่งรู้เหมือนกันว่า บางเรื่องของความ “บังเอิญ” มันก็ “น่ารัก” ได้เกินความคาดหมาย

*ทำรู้จักกับ Arne Jacobsen

————————————————-

Author MiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

*ภาพเก้าอี้จาก  :  http://www.designcraft.net.au

: Related posts :


เบาๆเสาร์อาทิตย์ : หายไป 6 ซม.

July 26th, 2008. Published under My Stuff >>, Weekend Stories. 5 Comments.

เล่นเอาตกอกตกใจใหญ่เลยครับ…เมื่อเช้า(เสาร์)   หลังจากงัวเงียตื่นขึ้นมา ผมพบว่ามัน “หดหาย”

ใช่ครับ..มันหดหายไปตั้ง 6 ซม. จากของเดิมที่เป็นอยู่ (เมื่อวานยังเท่าเดิมอยู่เลย)  ส่วนที่หายไป คือในส่วนของความกว้างที่เป็นแนวขนานกับพื้นโลก

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ที่ผมใช้เป็นอาหารสมองทุกๆเช้า นั้นแหละครับที่ทำเอาผมตกอกตกใจกับเช้าวันเสาร์ที่ว่า

เพราะว่าในวันนี้ที่ผมเห็นมันโดน “ลดหุ่น” ความกว้างให้เหลือแค่ 30 ซม. หายไปจากของเดิมตั้ง 6 ซม. ถ้าเป็นสาวๆก็คงยิ้มแก้มปริละครับ .. ถ้าลดหุ่นกันได้ขนาดนี้

ผมชอบอ่ะ ..!

ดูมันเพรียวลง แปลกตาและดูทันสมัยขึ้นกว่าเดิม ดูเป็นในแบบลำลองเหมาะกับวันหยุดสบายๆ น่าพกและพับอ่านได้สะดวก ก็ด้วยขนาดที่เล็กลง สมส่วน หุ่นเหมือนนางแบบตามสมัยนิยม

ไม่แน่ใจว่าจะเป็นการออกแบบขนาดแบบนี้ให้เป็นเฉพาะฉบับวันหยุดเสาร์อาทิตย์เท่านั้นหรือเปล่า คงต้องรอดูกันอีกทีในฉบับวันจันทร์อีกที แต่ถ้าจะเป็นไซส์แบบนี้ทุกวันก็ดีนะ … ชอบหุ่นแบบนี้แหละ “เหมาะมือดี”    :)

ดูจากภาพประกอบ ด้านซ้ายเป็นขนาดของฉบับเ่ก่า ส่วนข้างๆด้านขวานั้นเป็นขนาดฉบับใหม่

รู้สึกได้เหมือนนั่งมอง นั่งคุยอยู่กับ สาวสวยหุ่นดี ยังไงไม่รู้ ..

สัดส่วนอันสวยงามและเหมาะมือ ก็ทำให้ใจผมมันหวั่นไหวได้เสมอๆ … หุหุ

__________________________________________

AuthorMiMD :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

: Related posts :


เลือกม่านให้หน้าต่าง

July 24th, 2008. Published under City Living >>, Furniture >>, Livingplace >>, Material, Small Space Living, Tips & Trics >>. No Comments.

เขียนเรื่องเกี่ยวกับ “ผ้าม่าน” ไปเมื่อวันก่อน เห็นมีคุณๆผู้อ่านแอบเข้ามากอบ มาโกย เอาไปใช้เป็นไอเดียไว้แต่งบ้านกัน ผมเองก็ชื่นใจปานได้กินน้ำแข็งใสใส่น้ำแดง ราดด้วยแยมบลูเบอร์รี่

มาวันนี้ .. มีของแถมเพิ่มให้อีกหนึ่งดอก เอากันให้ใกล้เข้าไปอีก ชิดเข้าไปในระยะเผาขน ถึงบานประตู-หน้าต่าง แบบวัดรอบเอว วัดระยะ และส่วนสูง เรียกว่าจัด “Fitting By Taylor Made” กันเลย  

เผื่อเสาร์อาทิตย์นี้จะได้แวะไปที่ร้านผ้าม่านกันครับ  :)

หากว่าบานประตู-หน้าต่างดูแล้วมีขนาด “กว้าง” อยู่แล้ว (สังเกตได้จากการเทียบสัดส่วนกับผนังด้านนั้นๆ หรือขนาดของห้อง)  “สมควร” เป็นอย่างยิ่งครับที่จะเลือกใช้ผ้าม่านที่มีลวดลายในแนวตั้ง และก็ “มิควร” เป็นอย่างยิ่งเช่นกันที่จะใช้ผ้าม่านผืนใหญ่ผืนเดียว เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้ห้องนั้นดูอึดอัด ยังจะทำให้รู้สึกว่าฝ้าเพดานนั้นดูจะเป็น “สาละวันเตี้ยลง” เข้าไปด้วย 

หากว่าบานหน้าต่างเป็นแนว “ทรงสูง” เช่น ช่องแสงตรงโถงบันไดตามบ้านจัดสรรทั่วๆไป ก็ให้หลีกเลี่ยงผ้าม่านลวดลายแนวตั้งเช่นกัน เลือกใช้แนวนอน และให้เผื่อขอบของผ้าม่านให้กว้างกว่าขอบของหน้าต่างไว้ด้วยทั้งสองด้าน ทั้งนี้ก็ต้องเปรียบเทียบสัดส่วนขนาดของพื้นที่และผนังของบริเวณนั้นๆด้วย 

ส่วนหน้าต่างที่มีขนาด “เล็กและแคบ” ขอเลยครับ .. ว่าอย่าเลือกใช้ม่านที่มีลายหรือดอกใหญ่ เพราะยิ่งจะทำให้หน้าต่างดูเล็กและแคบลงไปอีก (เหมือนช้างพยายามจะขี่ม้า ยังไงไม่รู้!)

สรุปก็คือว่า ให้คำนึงถึง “รูปทรง”  “เส้นสาย” และ “สัดส่วน”  รวมเข้าไปเป็นองค์ประกอบช่วยในการออกแบบและจัดวางด้วย

ลองดูนะครับ !

Enjoy Yourself With Your Design   :)

—————————————

Author  : MiMD  :  บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

ภาพ  :  anne

: Related posts :


“SMS” บนกระเบื้องบุผนัง !??!

July 22nd, 2008. Published under Bathroom, City Living >>, Commercial >>, Designer >>, Livingplace >>, Material, Product Design, Tips & Trics >>. 3 Comments.

“สัมผัสได้เมื่อไฟดับ  รับเห็นได้เมื่อไฟมา”  ฮ่าฮา ..ไม่ใช่สโลแกนใดๆของกระเบื้องเจ้าตัวนี้หรอก  ผมแค่ลองคิดขึ้นมาเล่นๆ ตามที่เกิดภาพไอเดียในหัวกะบาลเท่านั้น .. :)

“SMS” บนกระเบื้องอันนี้อย่าได้เข้าใจผิด ยังไงๆมันก็ไม่เกี่ยวกับ “ชินคอร์ป” “ซีพี” หรือ “เทเลนอร์”  เพราะ ”ช๊อทเมสเซสซ์” อันนี้มันขึ้นอยู่กับคุณเองว่าจะเอาไปใช้อันใด (ดูภาพแล้วจะ..อ๋อ!)

“Pun Collection” ออกแบบโดย  “Stefano Pirovano” ให้กับแบรนด์  “Ascot Ceramiche” แบรนด์กระเบื้องชั้นดีจากอิตาลี

ปูด นูน เว้า โค้ง น่าสัมผัสจัดมาไว้ให้ใช้ เหมาะมากกับการตกแต่งสถานที่สาธารณะ (Public Area) ทั่วไป  นอกจากจะงามเนี๊ยบแล้ว เอาไปแปะข้างฝาไว้มีต้องกลัวหลง(ทาง) บอกทั้ง ตำแหน่ง (Position) และทิศทาง (Signage Direction)

เป็นไอเดียให้คิดต่อ และนำไปพัฒนาใช้ได้เป็นอย่างดี

Enjoy Yourself With Your Design    :)

————————————–

AuthorMiMD : บล็อก(รอ)เก้อ - ดีไซน์เนอร์ ออนไลน์

ข้อมูลและภาพ :  http://trendir.com

: Related posts :